Categories
Movies

รีวิวหนัง Fantastic Beasts and Where to Find Them

https://irs.www.warnerbros.com/keyart-jpeg/movies/media/browser/fantastic_beasts_whv_keyart.jpgเรื่องย่อ : โลกเวทมนต์ ช่วงปี 1920 ในฝั่งของอเมริกา ก่อนการถือกำเนิดของแฮร์รี่ พอตเตอร์ 70 ปี ว่าด้วยเรื่องราวของ นิวตัน อาร์ทีมีส ไฟโด สคาแมนเดอร์ หรือ นิวท์ สคามันเดอร์ นักสัตว์วิเศษวิทยาแห่งโลกเวทมนตร์ของอังกฤษได้รับมอบหมายให้เดินทางไปยังนิวยอร์ค เพื่อทำบันทึกเกี่ยวกับสัตว์วิเศษต่างๆ และเขียนเป็นหนังสือ “สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่” ซึ่งใช้เป็นหนังสือเรียนในยุคของแฮร์รี่ในเวลาต่อไป

https://irs.www.warnerbros.com/gallery-v2-jpeg/movies/node/75986/edit/FB-JB-02306rv2.jpg
บทวิจารณ์ : การได้มาดูภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ถือได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ควรทำประจำปีนี้เลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ดูหนังมาทั้งปี ถ้าจะยกให้ภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เป็นอันดับ 1 ในใจของใครหลายๆ คน ในตอนนี้ก็คงจะไม่แปลกอะไร เพราะเราเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หลงรักภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าจังๆ มาแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าติดตามดู Harry Potter มาตลอด เริ่มตั้งแต่อ่านหนังสือทุกเล่ม ก่อนที่จะทำออกมาเป็นหนังเสียด้วยซ้ำ จนมาถึงเรื่องนี้ ที่ตัวเอกชื่อแปลกๆ ครั้งแรกที่ฟัง เราได้ยินว่าพระเอกชื่อ ซาลาแมนเดอร์เลยด้วยซ้ำ (สัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกชนิดหนึ่ง คล้ายๆ จิ้งจก ตัวลายๆ ชอบอยู่ใกล้ๆ บ่อน้ำ) ทำเอาคิดเตลิดไปไกลว่าจะมีการแปลงร่างเป็นสัตว์รึเปล่า พอได้มาดูเข้าจริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้น เริ่มตั้งแต่ชื่อก็ผิดแล้ว จริงๆ เพราะพี่แกเป็นถึงอาจารย์จากฮอกวอตเลยทีเดียว ซึ่งชื่อของเขาก็คือ  นิวท์ สคามันเดอร์  ซึ่งดาราที่ได้รับบทพ่อมดผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์วิเศษคนนี้ก็ไม่ธรรมดานะ เพราะเขาคว้ารางวัลออสการ์มาได้ 2 ปีติดๆ กันแล้วล่ะ สำหรับการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ เอ็ดดี้ทำได้โอเคมากๆ ดูเพ้อๆ ลอยๆ น่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก แถมยังทำให้รู้สึกว่าโลกเวทมนตร์นี่มันมีเสน่ห์เหลือเกิน ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้แปลว่านักแสดงคนอื่นแสดงไม่ดีนะ แต่ว่ารัศมีของเอ็ดดี้เจิดจ้ามาก จนถอนสายตาได้ยากนั่นเอง

โลกเวทมนต์
เรื่องราวสนุก น่าติดตาม ใครที่เป็นสาวก Pokemon เราว่าก็คงเปิดใจยอมรับเรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ได้ไม่ยาก เพราะตัวละครหลายตัวก็คล้ายๆ กัน ดูแล้วเพลินตาตี แต่ต้องบอกเด็กๆเอาไว้ตรงนี้เลยนะว่า สัตว์พวกนี้ไม่มีอยู่จริงหรอก เป็นสัตว์จากโลกเวทมนตร์ยังไม่พอ แต่ยังมาจากนิยายของโลกเวทมนตร์อีกทีเดียว แต่ทำออกมาได้น่าประทับใจมาก เราเองคอยลุ้นเป็นกำลังใจให้นิวท์ตามสัตว์เหล่านั้นกลับคืนมาให้ครบเหมือนกัน แต่มันก็ดันมามีจุดพลิกผันอย่างหนึ่ง ทำเอาเราต้องค้าง นั่นก็คือ เกรฟสุดหล่อ ที่ตอนแรกดูหล่อ เท่ และดีเลิศ อยู่ๆ ก็กลายเป็นตัวร้ายที่ปลอมตัวมาซะอย่างงั้น ทำเราอดคิดไปถึงเรื่อง Harry Potter ไม่ได้ ที่มีศาสตราจารย์คนใหม่เข้ามาสอนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดนั้นเป็นร่างให้คุณที่คุณก็รู้ว่าใครสิงสู่ เรียกได้ว่าวายร้ายตัวจริงอยู่ใต้จมูกของเราดีๆ นี่เอง ถึงแม้ว่าจะเป็นการใช้มุกซ้ำ แต่มันก็หลอกเราได้เป็นครั้งที่ 2 ยังไงก็ต้องยอมรับถึงการวางโครงเรื่องของ JK Rolling ว่าเธอยังทำได้ดี แต่ถ้ากระซิบบอกกันได้จริงๆ ก็อยากบอกพี่แกหน่อยว่า บางทีก็อยากตื่นเต้นไปกับมุกใหม่ๆ บ้างเหมือนกันนะ
โลกเวทมนต์

หลายๆ คนตกใจเมื่อเราบอกว่ายังไม่ได้ดู Fantastic Beasts and Where to Find Them ซึ่งเป็นภาค 1 ในขณะที่ภาค 2 อย่าง The Crimes of Grindelwald เพิ่งเข้าโรงไปเอาจริงๆ แม้แต่เราก็ยังแปลกใจตัวเองว่าทำไมดองเรื่องนี้มานาน ในฐานะที่เป็น Potterhead คนหนึ่ง แกควรจะตามแฟรนไชส์นี้อย่างแนบชิดไม่ใช่รึ อันที่จริงเราก็ไม่ได้นิ่งอยู่เฉย เพราะตอนที่ดูภาค 1 ในโรงไม่ทัน เราก็ไปหาหนังสือมาอ่านก่อน ซึ่งถ้าถามว่าสนุกไหม ก็ตอบได้ไม่เต็มปากแฮะ อาจจะเป็นเพราะเราไม่ชินกับ Format การเล่าเรื่องแบบบทละครที่ใช้ในหนังสือ ไม่ใช่การเล่าเรื่องแบบนิยาย เวลาอ่านมันเลยงงนิดๆ เมื่อเจอศัพท์ภาพยนตร์ต่างๆ แทนที่จะเจอคำบรรยายให้เห็นภาพ อีกปัจจัยหนึ่งอาจเป็นเพราะเนื้อเรื่องมีความแฟนตาซี แต่พอเจอศัพท์ยากๆ และการบรรยายที่ไม่คุ้นเคย ก็ทำให้นึกภาพตามยาก เลยคิดว่าถ้าดูเป็นหนังน่าจะสนุกกว่า

ภาค 1 ซะให้เรียบร้อย ซึ่งจุดนี้แหละเราขอบคุณตัวเองที่อ่านหนังสือมาก่อน มันทำให้ดูหนังมีอรรถรสยิ่งขึ้นจริงๆ

Fantastic Beasts and Where to Find Them นี้เล่าเรื่องย้อนกลับไปเมื่อ 70 ปีก่อนที่จะเกิดเรื่องแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เป็นสมัยช่วงปี 1920 ซึ่งตัวเอกก็คือนิวท์ สคาแมนเดอร์ พ่อมดนักสัตว์วิเศษวิทยาผู้หลงใหลในการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์วิเศษ เขาเดินทางจากลอนดอนมานิวยอร์กเพื่อทำภารกิจบางอย่าง แต่แล้วความโกลาหลก็เกิดขึ้นเมื่อเขาเผลอสลับกระเป๋ากับเจคอบ มนุษย์คนหนึ่งที่เผลอเห็นเขาใช้เวทมนตร์โดยบังเอิญ กระเป๋านั้นไม่ใช่กระเป๋าเก็บเอกสารของใช้ส่วนตัว แต่เป็นกระเป๋าที่ไว้ใช้เก็บสัตว์วิเศษของนิวท์ คราวนี้เรื่องวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อสัตว์วิเศษหลายตัวหลุดออกมาจากกระเป๋า เพ่นพ่านไปทั่วนิวยอร์ก นิวท์ต้องร่วมมือกับเจคอบ ทิน่า มือปราบมารแห่งกระทรวงเวทมนตร์อเมริกา และควีนี่ น้องสาวของเธอ ในการตามสัตว์พวกนั้นกลับมา รวมถึงยังต้องรับมือกับพลังลึกลับแปลกประหลาดที่ทำลายบ้านเมืองแถมยังฆ่าคนอีก ซึ่งนิวท์มั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือสัตว์วิเศษแน่นอน สำหรับคนที่เป็นแฟนแฮร์รี่อยู่แล้วนั้น เราว่าน่าจะชอบเรื่องนี้ เพราะหนังได้ทำการพาเราท่องไปในมุมมองอีกด้านหนึ่งของโลกเวทมนตร์ อย่างตอนแฮร์รี่นี่ก็จะเป็นฉากโรงเรียน บรรยากาศจะเด็กๆ หน่อยใช่มั้ย แต่ Fantastic Beasts นี่จะเป็นฟีลแบบวัยทำงาน วัยผู้ใหญ่เลย เราจะได้เห็นระบบการทำงานของกระทรวงเวทมนตร์สหรัฐฯ การทำงานของมือปราบมาร ซึ่งมันก็จะซีเรียสกว่าเดิมนิดนึง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ทิ้งเวทมนตร์นะ กลับกันคือผู้ใหญ่ใช้เวทมนตร์กันกระจุยกระจายมาก เราได้เห็นการใช้เวทมนตร์นอกเหนือจากห้องเรียน ซึ่งมันก็น่าตื่นตาตื่นใจดี อีกจุดที่ไม่ถูกถึงไม่ได้คือเหล่าสัตว์วิเศษที่ได้ซีจีสวยอลังมาเนรมิตให้มีชีวิต เอาจริงๆ ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้อินอะไรกับสัตว์วิเศษเท่าไร แต่พอมาเล่นเกม Harry Potter: Hogwarts Mystery เราก็เริ่มคุ้นหน้าคุ้นตาพวกมันมากขึ้น ผ่านการเข้าคลาส Care for Magical Creatures และการใช้งานพวกมันในภารกิจต่างๆ พอมาดูหนังเรื่องนี้มันยิ่งทำให้อินมากขึ้น เพราะได้เห็นสัตว์ที่เราเห็นในเกม มีตัวตนขึ้นมาจริงๆ ไฮไลต์สุดๆ น่าจะอยู่ที่ตัวนิฟเฟลอร์ ตัวที่คลั่งไคล้สิ่งของวิบๆ วับๆ นั่นละ เจอกันบ่อยมากในเกม มาในหนังยังเป็นพระเอกอีก หนังยังบอกเล่าถึงความแตกต่างระหว่างสังคมเวทมนตร์ของอเมริกาและอังกฤษได้ชัดดี อาจจะเพราะช่วงเวลาที่ห่างกันมากๆ ด้วย เราจะได้เห็นว่าในหนังเรื่องนี้ พ่อมดแม่มดต่างหวาดกลัวมนุษย์ ไม่กล้าเปิดเผยตัวตน กฎหมายก็ดุดันมากๆ คือห้ามพ่อมดแม่มดมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ทั้งสิ้นกับมนุษย์ แต่งงานกันก็ไม่ได้ ไม่เหมือนในยุโรปสมัยแฮร์รี่ ที่ปลูกฝังพ่อมดแม่มดให้มองมนุษย์เหมือนเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่งแทนที่จะเป็นตัวตลกหรือสิ่งมีชีวิตที่ด้อยกว่า มนุษย์กับพ่อมดแม่มดสามารถแต่งงานกันได้ ความแตกต่างนี้อาจจะมีจุดเกี่ยวเนื่องมาจากเหตุการณ์ล่าแม่มด Salem Witch Trials ในอเมริกา ช่วงปี 1690 รึเปล่า แม้ว่าจะผ่านมาหลายร้อยปีแต่ชาวเวทย์ในอเมริกาก็ยังหวาดกลัวการเปิดเผยตน เรายังจะเห็นได้จากหนังว่ามีกลุ่ม Second Salem ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านพ่อมดแม่มดเกิดขึ้นด้วย

ขอสรุปหัวใจหลักของเรื่องเลยละกันว่ามีอะไรที่น่าติดตามในภาค 2

เราจะเห็นว่าในตอนจบของภาค 1 พ่อมดกรินเดลวัลด์ที่ปลอมตัวเป็นมิสเตอร์เกรฟ ได้ถูกกระทรวงเวทมนตร์อเมริกาคุมตัวไป กรินเดลวัลด์มีแผนการที่จะปลุกระดมให้พ่อมดแม่มดเลิกแอบซ่อนตัว แล้วประกาศความเป็นใหญ่ต่อมนุษย์ซะ เพราะเอาเข้าจริงมันก็ไม่เมกเซ้นส์เลยเนอะว่าทำไมเหล่าพ่อมดแม่มดจะต้องกลัวมนุษย์ พลังก็มีมากกว่า เอาชนะมนุษย์ได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่ทางการเวทมนตร์เค้าก็อยากรักษาความสงบไง ไม่อยากให้แตกแยกกัน ต่างคนต่างอยู่นั่นแหละดีแล้ว สำหรับภาค 2 ดูจากชื่อเรื่องก็รู้เลยว่าประเด็นของกรินเดลวัลด์น่าจะมาแน่ อ้าว แล้วสัตว์วิเศษจะมีบทบาทอะไรมั้ย? อันนี้ก็น่าติดตามว่านิวท์จะใช้สัตว์วิเศษของเขามาช่วยอะไรในภารกิจล่ากรินเดลวาลด์บ้าง จากตัวอย่างหนังเราแอบรู้สึกว่าหนังไม่ได้เน้นขายสัตว์วิเศษเท่าไร แต่ชื่อหนังมันคือสัตว์วิเศษ ฉะนั้นมันต้องมีบ้างแหละ แล้วตัวเงาดำ Obscurus จากภาคแรกจะปรากฏตัวอีกรอบมั้ย? เพราะตอนจบภาค 1 เราจะเห็นว่ามีเศษเสี้ยวของเงาดำหลุดรอดออกไป ไม่แน่ว่าอาจจะได้เจอกันอีกในภาค 2 มีอีกหลายๆ ตัวละครที่น่าติดตามว่าจะมีการเฉลยเพิ่มเติมในภาค 2 มั้ย เช่น Leta Lestrange สาวคนสนิท (?) ของนิวท์ ที่นิวท์ดูเหมือนจะไม่อยากพูดถึงเท่าไร เธอคนนี้น่าจะมาโผล่ในภาค 2 นะเท่าที่เห็น ไหนจะพี่ชายนิวท์ ไหนจะนากินีที่กลายเป็นสาวสวย (งงมาก) ไหนจะดัมเบิลดอร์เวอร์ชั่นหนุ่ม แล้วไหนจะเจคอบที่ดูเหมือนจะโผล่มาในภาค 2 ด้วย คือโผล่มาอีกรอบได้ยังไงนิ แล้วความสัมพันธ์ของเขากับควีนี่เป็นยังไงบ้าง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *