Categories
รถยนต์

การเลือกฟิล์มติดรถยนต์อย่างไรให้เหมาะสมกับรถของคุณ

ทำความรู้จักฟิล์มติดรถยนต์

ทำความรู้จักฟิล์มติดรถยนต์

ฟิล์มกรองแสง ทำจากพลาสติก โพลีเอสเตอร์ที่มีความเหนียว บาง เรียบ สามารถแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับกระจก โดยยึดกระจกด้วยกาวที่มีความใส ดังนั้น เราจึงมองผ่านฟิล์มได้ชัดเจน ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่ต้องการกันความร้อนนั้น ต่างจากฟิล์มลดแสงสว่างทั่วไป เพราะฟิล์มกรองแสงทั่วไป ย้อมสีเพื่อกรองแสงสว่างเท่านั้น ในขณะที่ฟิล์มกรองแสงที่กันความร้อนจะต้องลดรังสีอัลตราไวโอเลตได้ด้วย

ประเภทของฟิล์มกรองแสง

1.แบบไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด

ฟิล์มชนิดนี้จะมีคุณสมบัติเฉพาะในการกรองแสงจากดวงอาทิตย์ให้อ่อนลงเมื่อส่องผ่านกระจกเข้ามาภายในตัวรถเท่านั้น ฟิล์มประเภทนี้จะลดความเข้มของแสงได้เพียงอย่างเดียว แต่จะไม่สามารถกรองหรือลดอันตรายและความเข้มของรังสีต่าง ๆ ที่มากับแสงแดดได้ ฟิล์มชนิดนี้จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก และฟิล์มชนิดนี้สามารถกันความร้อนได้ไม่เกิน 50% ส่วนราคาอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท/คัน และอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี

2.แบบที่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด

ฟิล์มประเภทนี้ ตัวเนื้อฟิล์มจะเพิ่มวัสดุพิเศษซ้อนเข้าไปเพื่อเป็นตัวป้องกันรังสีต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อทั้งผู้โดยสาร และชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ถูกแสงแดด ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นประเภทย่อย ๆ ได้อีก 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่

  • ฟิล์มปรอท, ฟิล์มเคลือบโลหะ
  • ฟิล์มอินฟาเรด
  • ฟิล์มนิรภัย
  • ฟิล์มใสนาโน

3.ฟิล์ม  Photochromic

ฟิล์มกรองแสงสามารถเปลี่ยนสีได้อัตโนมัติ เหมือนเลนแว่นที่ปรับแสงได้ โดยมีปัจจัยที่มากระตุ้นให้ฟิล์มเปลี่ยนสีได้ คือ แสง อุณหภูมิ และ UV เป็นฟิล์มที่อออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่ใช้งานง่ายในตอนกลางคืน และกันความร้อนจากอินฟาเรดได้ถึง 99% ราคาอยู่ที่ขนาดของรถยนต์ โดยจะมีราคาเริ่มต้นที่ 29,000-34,000 บาท

Categories
รถยนต์

ติดฟิล์มรถยนต์ความเข้ม 80 ผิดกฎหมายไหม?

ติดฟิล์มดำ

หลายคนมีข้อสงสัยว่า ติดฟิล์มดำ ผิดกฎหมายหรือไม่ หรือติดฟิล์มรถยนต์ความเข้ม 80 โดยเฉพาะคนที่มีรถยนต์และต้องการรถยนต์ในลุคสปอร์ตหรือคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงทักจะถามคำถามนี้ เพราะคนกลุ่มนี้มักจะเลือกฟิล์มกรองแสงที่มีสีเข้มเป็นพิเศษ

โดยคนที่อยากติดฟิล์มดำเพิ่มความดุดัน  ความเป็นส่วนตัว ตอนนี้สบายใจได้แล้ว กฎหมายบังคับใช้ฟิล์มกรองแสง ขณะนี้ได้ยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้ว หมดกังวลว่าติดฟิล์มรถยนต์ความเข้ม 80 จะผิดกฏหมายหรือไม่

หากจะให้เข้าใจที่มาของกฏหมายข้อนี้มากขึ้นอีกนิด ต้องย้อนกลับไปสมัยหลายปีก่อน โดยแรกเริ่มกรมการขนส่งเคยออกกฎหมายให้รถยนต์ทุกคันติดฟิล์มกรองแสงได้ แต่ต้องให้ค่าของแสงผ่านได้มากกว่าร้อยละ 40 ซึ่งมีเหตุผลเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและอาชญากรรมที่อาจเกิดกับผู้ใช้รถได้  แต่กฎหมายฉบับนี้ก็ยังมีข้อกังขาจากหลายๆ ฝ่ายว่า เป็นกฎหมายที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคเท่าใดนัก เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อน จึงสามารถปฏิบัติตามได้ยาก อีกทั้งรถยนต์ที่เคยติดฟิล์มกรองแสงส่วนใหญ่ แสงจะส่องผ่านได้ประมาณร้อยละ 30 เท่านั้น

นี้ยังเกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของความไม่เป็นธรรม เพราะรถของกรมตำรวจบางคันหรือรถของบรรดานักการเมืองหลายๆ คนยังคงติดฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท ทำให้ไม่เกิดเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ผู้บริโภคจึงรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้รถทั่วไป ดังนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่าตัวกฏหมายมีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งตัวผู้ออกกฏยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เลือกให้ประชาชนปฏิบัติตาม เกิดเป็นความไม่สมเหตุสมผลของข้อกฏหมายข้อนี้

ที่นี้ก็ไม่ต้องห่วงแล้วว่าติดฟิล์มรถยนต์ความเข้ม 80 ผิดกฏหมายไหม เพราะความเข้มระดับนี้ไร้กังวลเรื่องกฏหมายและข้อบังคับ เลือกติดตามความต้องการได้เลย ติดฟิล์มรถยนต์เชียงใหม่

Categories
รถยนต์

เลือกติดฟิล์มรถยนต์อย่างไร? ให้เหมาะสมกับรถของคุณ

ในปัจจุบันมีฟิล์มติดรถยนต์ให้เลือกมากมายหลายประเภท

ในปัจจุบันมีฟิล์มติดรถยนต์ให้เลือกมากมายหลายประเภท โดยสามารถแบ่งประเภทตามกระบวนการผลิตออกมาได้เป็น 4 ชนิดหลัก ได้แก่

1. ฟิล์มรถยนต์แบบย้อมสี : เป็นฟิล์มติดรถยนต์ที่ราคาถูกที่สุด แลกมากับ ประสิทธิภาพที่แย่ที่สุดเช่นกัน ด้วยจะมีความสามารถป้องกันแสงสว่างและรังสี UV ได้บ้างสูง แต่ไม่สามารถกันรังสีความร้อนจากแสงแดดได้เลย มีอายุการใช้งานประมาณ 1-3 ปี เมื่อถึงเวลาเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ฟิล์มจะเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง และหลุดลอกออกมาจากกระจกเอง

2.ฟิล์มรถยนต์แบบฉาบไอโลหะ : หลายคนคุ้นชื่อในนามของ ฟิล์มปรอท เพราะเป็นประเภทของฟิล์มติดรถยนต์แบบฉาบปรอทและถูกเคลือบผิดด้วยไอโลหะประเภทต่าง ๆ เช่น อะลูมิเนียม หรือไททาเนียม เป็นต้น ซึ่งจะสามารถกันรังสีความร้อนได้มากพอสมควร เนื้อฟิล์มจะมีความมันเงา สะท้อนแสง เป็นที่นิยม อายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 5-7 ปี

3.ฟิล์มรถยนต์แบบเคลือบอนุภาคโลหะ : เป็นฟิล์มที่ฉาบโลหะด้วยวิธีที่เรียกว่า sputtering ที่จะทำให้ชั้นโลหะมีการเรียงตัวที่บางกว่า อันส่งผลให้ฟิล์มมีความเงาน้อยกว่า มีความใสที่มากขึ้น และป้องกันความร้อนได้สูง มีราคาแพง อายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 5-7 ปี

4.ฟิล์มรถยนต์แบบนาโน : เป็นการผลิตด้วยการใช้อนุภาคนาโนขนาด 10-9 มาเคลือบเนื้อฟิล์มแทนการเคลือบด้วยโลหะ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสีความร้อนได้ดีมากที่สุด เนื้อฟิล์มจะใสไม่สะท้อนแสง ให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีมากกว่าฟิล์มประเภทอื่น แลกมากับราคาที่แพง มีความทนทานมากกว่า อายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 7-10 ปี ติดฟิล์มรถยนต์

Categories
รถยนต์

ประโยชน์ของฟิล์มติดรถที่มีมากกว่ากันแดด

ประโยชน์ของฟิล์มติดรถที่มีมากกว่ากันแดด

ประโยชน์ของฟิล์มติดรถที่มีมากกว่ากันแดด

ช่วยลดแสงที่เข้ามาในตัวรถนี้ ทำให้ลดอุณภูมิภายในรถได้อีกด้วย ช่วยประหยัดการใช้น้ำมันในส่วนของแอร์ทำความเย็นไม่ให้ทำงานหนักมากเกินไป นอกจากการช่วยไม่ให้แอร์ทำงานหนักแล้ว ยังเป็นการถนอมวัสดุที่ไม่ทนแดด ฟิล์มติดรถยนต์นี่แหละที่ช่วยไว้

ยังช่วยกันแสงรถคันอื่นๆ ที่สว่างเกินไป

ในเวลากลางวันเราเห็นประโยชน์ของฟิล์มติดรถยนต์แล้ว ในเวลากลางคืน รถบางคันที่มีการติดตั้งและใช้ไฟ LED หรือ Xenon เมื่อเราขับรถสวนกับรถเหล่านั้นจะแสบตาอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าหากมีฟิล์มติดรถช่วยบรรเทาความสว่างของแสงไฟรถดังกล่าวไว้จะช่วยได้มากเลยทีเดียว ร

ฟิล์มติดรถยนต์ช่วยให้เรารอดพ้นจากโรคต่างๆ

การที่ไม่ติดฟิล์มติดรถยนต์ก็ไม่ต่างจากการเดินตากแดดเต็มๆ ซึ่งภายในแดดมีรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ทำให้เสี่ยงที่จะเป็นโรคกระจกตาอักเสบ มะเร็งผิวหนัง ต้อกระจก ผิวหนังไหม้จากแสงแดดเผา เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย ผิวหนังเหี่ยวย่น เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ

ฟิล์มติดรถยนต์มีกี่ประเภท

ฟิล์มติดรถยนต์ หรือฟิล์มกรองแสง คือวัสดุที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีลักษณะโปร่งใส จริงๆ แล้วฟิล์มติดรถยนต์มี 2 แบบด้วยกัน คือ แบบที่ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด และแบบที่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด แบบที่ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดดไม่ค่อยเป็นที่นิยมและสามารถกันความร้อนได้เพียง 50% เป็นฟิล์มที่มีราคาถูกที่สุด และอายุการใช้งานก็สั้นเพียง 3-5 ปีเท่านั้น แต่สำหรับแบบที่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด มีประเภทต่างๆ ดังนี้

1.แบบฉาบไอโลหะ

หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ฟิล์มปรอท แต่ความจริงไม่ได้มีปรอทผสมอยู่เลย มีคุณสมบัติในการลดความร้อนได้ 35-90% ฟิล์มแบบนี้จะกันรังสีความร้อนได้พอสมควร และป้องกันรังสีต่างๆ ได้ มีอายุการใช้งาน 3-7 ปี

2.แบบเคลือบอนุภาคโลหะ

มีความคล้ายฟิล์มแบบฉาบไอโลหะ แต่จะฉาบโลหะด้วยวิธี Sputtering ทำให้ป้องกันความร้อนได้ค่อนข้างดีที่สุด และสามารถสะท้อนรังสียูวีได้จึงมีราคาค่อนข้างสูง

3.แบบนาโน

เป็นฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ใช้อนุภาคนาโน เช่น อนุภาคเซรามิค ฝังเข้าไปในเนื้อฟิล์มแทนการฉาบด้วยโลหะ ทำให้สามารถป้องกันได้ทั้งความร้อน และรังสียูวีได้ดีมาก อีกทั้งเนื้อฟิล์มยังใส ทำให้ไม่บดบังการขับรถ และมีอายุการใช้งานที่ทนทานนานถึง 10 ปี

Categories
รถยนต์

4 เคล็ดลับการเลือกฟิล์มติดรถยนต์

4 เคล็ดลับนี้

ฟิล์มติดรถยนต์ จะเป็นฟิล์มที่ถูกติดตั้งมาตั้งมาให้เพิ่มตั้งแต่ออกรถใหม่วันแรก แต่คุณคิดว่าสิ่งเหล่านั้นดีที่สุดเพียงพอกับเราที่ต้องใช้เวลาอยู่ในรถเป็นระยะเวลานาน ถึงแม้คุณจะใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงขนาดไหน เราว่าถ้าให้ฟิล์มติดรถเป็นเกราะกำบังเพิ่มอีกชั้น น่าจะช่วยปกป้องผิวคุณและคนที่นั่งไปในรถด้วยได้อีกเยอะโดยใช้ 4 เคล็ดลับนี้

1.อย่าเลือกฟิล์มที่ลดแสงจ้าเพียงอย่างเดียว

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่ดีต้องมีความสามารถในการลดความร้อนจากแสงอาทิตย์เป็นหลัก ความเข้มไม่ได้แปลว่าลดความร้อนได้สูง ควรดูจากเปอร์เซ็นต์การลดความร้อนจากแสงแดดเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงไม่ใช่แสงจากหลอดไฟสปอตไลท์หรือหลอดอินฟาเรด และเปอร์เซ็นต์แสงส่องผ่าน

2.อย่าลืมการบริการหลังการขาย และระยะเวลารับประกัน

สิ่งสำคัญที่คุณต้องพิจารณาควบคู่ในการตัดสินใจนั่นคือการบริการหลังการขาย ซึ่งโดยทั่วไปการรับประกันคุณภาพไม่ควรต่ำกว่า 7 ปี และต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้จำหน่ายอยู่มานาน มีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือพอจะให้การรับประกันได้จริงอย่างต่อเนื่องไม่หนีหาย

3.อย่าเลือกร้านติดตั้งที่ไม่การันตีช่างชำนาญการ

ส่วนสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับ ฟิล์มกรองแสงที่เรียบร้อยไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง เลือกร้านที่การันตีช่างชำนาญการ อีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีคือหาข้อมูลตามเว็บไซต์ คลับรถรุ่นที่เราใช้ และเลือกสาขาที่สะดวกในการเดินทาง

4.อย่าเลือกฟิล์มแค่กันรังสียูวี แต่กั้นสัญญาณดิจิทัล

สมัยนี้ที่ทุกแบรนด์ล้วนโฆษณากันครึกโครมว่าฟิล์มกรองแสงที่ขายอยู่นั้นกันรังสียูวีแต่ไม่ผ่านสัญญาณดิจิทัล แนะนำว่าในสมัยนี้ควรเลือกฟิล์มที่เป็นเซรามิค ซึ่งนอกจากจะกันรังสียูวีได้ดีเยี่ยม ยังรองรับทุกสัญญาณดิจิทัลด้วย ที่สำคัญคือคุณต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่พิสูจน์ได้จริง เอาแค่ 2 สัญญาณในชีวิตประจำวันคือ สัญญาณอีซี่พาสผ่านทางด่วนและสัญญาณจีพีเอสเวลาเดินทาง

Categories
รถยนต์

ฟิล์มติดรถยนต์มีความสำคัญอย่างไร จำเป็นที่ต้องติดฟิล์มในรถทุกคันหรือไม่

ฟิล์มธรรมดา

ฟิล์มธรรมดา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทัศนวิสัยในการขับรถดี มองเส้นทางได้อย่างชัดเจน สบายตาในการขับขี่ แต่ป้องกันแสงแดดและความร้อนไม่ได้มาก มีราคาที่ถูก ส่วนฟิล์มเซรามิค กรองรังสีและความร้อนได้ดี ให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี ราคาสูงกว่าฟิล์มธรรมดา

โดยฟิล์มติดรถยนต์ที่นิยมใช้กันตามท้องถนนหลักๆมีอยู่ 2 ประเภท ฟิล์มกรองแสงธรรมดาและฟิล์มกรองแสงเซรามิค โดยฟิล์ม 2 ชนิดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของฟิล์มติดรถยนต์ทั้งหมดเท่านั้น

ฟิล์มธรรมดา

ช่วยลดความเข้มแสงจากดวงอาทิตย์ให้น้อยลง สะท้อนรังสีได้บางส่วน แต่ไม่สามารถกรองรังสีที่อันตรายได้ จึงไม่สามารถลดความร้อนที่สะสมได้ เนื่องจากเป็นเพียงสีในเนื้อฟิล์มไม่ได้มีการเคลือบไอโลหะเพื่อกันรังสี นิยมใช้เมื่อนานมาแล้วเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบจำกัดแต่ยังต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดแสงแดดเล็กน้อย

ข้อดีของฟิล์มแบบธรรมดา

  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสว่าง ทัศนวิสัยในการขับขี่ดี
  • ราคาย่อมเยาว์เมื่อเปรียบเทียบกับฟิล์มประเภทอื่น

ข้อด้อยของฟิล์มแบบธรรมดา

  • กรองแสงได้เพียงบางส่วน ไม่สามารถกรองรังสีที่มีความอันตรายได้
  • ไม่ลดความร้อนสะสม ทำให้เมื่อจอดรถในที่แจ้งจะมีอุณหภูมิสูง
  • อายุการใช้งานสั้นเพียง 3 – 5 ปี

ฟิล์มกรองแสงเซรามิค

ทำหน้าที่สะท้อนรังสีความร้อน กรองรังสีอินฟราเรด สามารถกันรังสี UV ได้เกือบ 100% ลดความร้อนจากแสงแดดได้ดี ปัจจุบันนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ความพิเศษคือมองจากด้านนอกรถจะมืดแต่ด้านในรถยังสว่างไม่ต่างจากการที่ไม่ติดฟิล์ม ทำให้ทัศนวิสัยยังดีอยู่ การมองเห็นยังคงคมชัดอยู่ และสัญญาณ GPS ,Easy Pass สามารถผ่านได้ไม่มีปัญหาเวลาใช้งานด้วยเทคโนโลยีที่นำอนุภาคขนาดเล็กจิ๋วของเซรามิคเคลือบเป็นชั้นฟิล์ม

ข้อดีของฟิล์มกรองแสงเซรามิค

  • สามารถป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99.99% และกรองความร้อน จึงลดความอันตรายที่เกิดจากรังสี UV ได้ดี
  • ให้ความเป็นส่วนตัวด้วยการมองด้านนอกกทึบและด้านในยังคงสว่างและเห็นเส้นทางชัดเจน
  • ลงทุนครั้งหนึ่งอยู่ได้นาน คุณภาพดีอายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป
  • ลดความร้อนสะสมได้ดี

ข้อด้อยของฟิล์มกรองแสงเซรามิค

  • ราคาสูงเมื่อเทียบกับฟิล์มธรรมดา ราคาตั้งแต่หลักหมื่นต้นๆถึงหลักหมื่นปลายๆ
  • ของเทียมเยอะ หากเป็นของเทียมราคาจะถูกกว่าแต่คุณภาพไม่เทียบเท่า อาจจะไม่มีคุณสมบัติอย่างที่ควรเป็น