Categories
Movies

รีวิว Mad Max : Fury Road มาพร้อมกับความสุนกสุดมันส์

Beyond Thunderdome

Mad Max : Fury Road ถนนนรกโลกันตร์ โคตรระห่ำ

รีวิว Mad Max ปกติจะชอบดูหนังที่มีความพิเศษ หนังที่ดูแล้วกลั่นออกมาจากความตั้งใจ ความคลั่งไคล้ของคนสร้าง ดูแล้วจะรู้แล้วว่าเป็นหนังดี Mad Max:Fury Road คือหนังที่เป็นความอัดอั้น ความคลั่งไคล้ในจินตนาการที่สรรสร้างขึ้นมานานกว่า 30 ปี ของ George Millers นับตั้งแต่ที่สร้าง Mad Max:Beyond Thunderdome ตั้งแต่สมัย 1985 เคยได้ยินข่าวมาว่ากว่าภาค Fury Road จะออกฉายต้องถูกเลื่อนถัดไปๆหลายครั้ง ไม่ว่าจะมีปัญหาที่หนังทำงบจนเกินทุนบ้างแล้ว ยื่น footage ให้ Warner Bros ดูจน producer ยอมปันใจอัดฉีดงบให้อีก และปัญหาเรื่องการตัดต่อบ้างมีการถ่ายทำแก้หลายครั้ง ลองคิดดูหนังที่ผู้สร้างได้เปิดโอกาสใส่จินตานาการความคิดของเขาได้เต็มที่ ทั้งได้รับการสนับสนุนเงินทุน และได้ rated R อีกต่างหาก กว่าที่เวลานี้หนังจะมาออกฉายได้ ถ้าไม่รัก ไม่ตั้งใจ ไม่คลั่งไคล้ของ Millers ก็ไม่รู้จะพูดยังไง มาภาคนี้ Millers เอาความอัดอั้นนั้น มาระเบิดตูมๆๆๆๆ ใส่คนดูอย่างเต็มสตรีม นั่นแหละคือความพิเศษที่ผมเจอขณะที่ดู Mad Max:Fury Road และต้องบอกเลยว่าหนังบ้าเรื่องนี้มันสุดติ่ง วินาศสันตะโรจริงๆ George Millers นับเป็นผู้กำกับที่เหนือชั้นมาก และยอมรับว่าแกเป็นคนทำหนังประเภทนี้ได้เก่งทีเดียว (ถ้าไม่นับกับที่เคยมัวแต่ไปทำหนังเพนกวินเต้นได้อย่าง Happy Feet นะ) สำหรับบทดำเนินเรื่อง Mad Max:Fury Road จะไม่ได้เน้นหรือโดดเด่นอะไรมากนัก ไม่มีพล็อตที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ชิงไหวชิงพริบอะไร เนื้อเรื่องคร่าวๆ ก็คือการที่นางเอก (Charlize Theron) แสดงเป็น Furiosa มาช่วยเหล่า The Brides หรือเหล่าทาสสาวแม่พันธุ์ของดินแดนนรกหนึ่ง ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของ Immortan Joe(Hugh Keays-Byrne) และสมุน เพื่อไปหาที่ที่ใหม่ ที่ดีกว่า ท่ามกลางโลกที่ล่มสลาย ที่ต่างคนต่างคลั่งแย่งชิงน้ำมัน น้ำที่มีอยู่ ซึ่ง Furiosa ก็ได้รับความช่วยเหลือจาก Max (Tom Hardy) จากปฏิบัติการกระตุกหนวดยักษ์นี้ กว่า 70-80% ของเรื่องคือฉากการขับรถไล่ล่าอย่างต่อเนื่องของกองทัพ Immortan Joe ไล่ล่ากับแก้งค์ Max/Furiosa เพื่อชิงตัว The Brides กลับมา สำหรับบทพูด dialog หนังเรื่องนี้จะมีไม่มาก เพราะหนังจะเน้นการเล่าเรื่องด้วยภาพ เล่าเรื่องด้วยเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น และผมคิดว่านี่คือหัวใจสำคัญของหนังแอ็คชั่นไม่ใช่ฤา? หนังแอ็คชั่นที่ควรตอบใจทย์ของการขับเคลื่อนอารมณ์โดยไม่ต้องมีบทพูดมากมาย แค่สิ่งที่เห็นตรงหน้าแล้วให้คนดูอ้าปากค้างได้ และลุ้นระทึกไปกับหนัง มันก็ยอดเยี่ยมสำหรับหนังแอ็คชั่นแล้ว และ Mad Max ทำจุดนี้ได้อย่างดีมาก ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะไม่เน้นเรื่องการดำเนินเรื่อง แต่ตัวร้ายนับว่าน่ากลัว น่าเกรงขาม ไม่กิ๊กก็อกเหมือนหนังบางเรื่องแถวๆนี้ และถึงแม้ plot เรื่องไม่มีอะไรมาก แต่หนังก็ถูกกลบข้อด้อยด้วยการแสดงเข้าขั้นของนักแสดงต่างๆ (Tom Hardy, Charlize Theron, Hugh Keays-Byrne, Nicholas Hoult) สิ่งที่ทำให้อ้าปากค้างจริงๆ คือฉากแอ็คชั่น effect เสียง soundtrack ที่เร้าอารมณ์ได้อย่างดีไปกับเหตุการณ์ เทคนิคการถ่ายทำที่เกิดขึ้น มันช่างอลัง สวยสดงดงามอย่างมาก ด้วยเหตุที่ว่า George Millers ใช้ practical effect หรือ effect ที่เกิดจากการแสดง stunt จริง รถของจริง มีคนแสดงผาดโผนจริง ใช้ CGI เป็นส่วนน้อย และใส่ palette สีจัดๆ มันทำให้ดูแล้วสมจริง และสวยงามมากๆ หลายครั้งที่อดไม่ได้กับการชื่นชมไปกับงานศิลป์ในตัวหนัง พร้อมๆกับลุ้นระทึกไปกับหนังด้วย (ตอนดูก็นึกไปว่าระหว่างที่การถ่ายทำมีคนเสียชีวิตบ้างเปล่าเนี่ย เพราะฉากผาดโผนหลายฉากมันหวาดเสียวมาก)
Max Rockatansky / Mel Gibson (Mad Max 2 "The Road Warrior") | Filmes

Mad Max 2 : The Road Warrior

พอมาภาค 2 ที่เห็นในเน็ตเขาเชียร์กันว่ามีคิวบู๊ท้ายเรื่องที่สนุกที่สุด เอาเข้าจริงก็ยังดูเงอะๆงะๆ ตะกุกตะกักในแบบที่ดูแล้วเชื่อครับว่าถ่ายทำจริง แต่พี่ไม่คิดจะตัดต่อช่วยให้จังหวะมันเร็วขึ้นกว่าซักนิดเลยรึ?(มีตัดภาพนะ แต่ตัดแบบ…ตอนแรกเห็นตัวร้ายปีนรถอยู่ ตัดไปฉากอื่น ตัดกลับมา…มันก็ยังปีนอยู่ที่เดิม…) พี่บอสนักกล้ามก็มาแรกๆเหมือนจะมีราศีดี แต่สุดท้ายจบแบบขับเข้ามาประสานงาง่ายๆซะงั้น… ถึงจะ Fail กับภาคต้นฉบับแต่สุดท้ายวันนี้ก็ตีตั๋วเข้าไปดูภาค Fury จะได้รู้กันไปเลยว่าหนังเรื่องนี้มันสำหรับแฟนฮาร์ดคอร์เท่านั้นถึงจะดูสนุกรึเปล่า ก็ได้พบว่าตัวหนังภาคนี้โคตรต่างจาก 3 ภาคแรก(อย่างน้อยก็ในความรู้สึกผม) โปรดัคชั่นอลังการกว่า(อันนี้อาจจะเป็นเรื่องของงบประมาณและเทคโนโลยีการถ่ายทำ เพราะถึงภาคนี้จะออกกองถ่ายสตั๊นท์จริงเป็นส่วนมากแต่ก็ได้ CG มาช่วยเสริมด้วย) เนื้อเรื่องเดินเร็วกว่า(พอพี่แมกซ์ติดเป็นแม่ย่านางรถปั๊บ ความมันส์ระเบิดแบบ none-stop กันจนจบช่วงพายุทรายเลย) ฉากแอ็คชั่นมีการตัดกล้องแบบฉับไวช่วยส่งคิวบู๊ให้กระชับขึ้น แต่พอจะมีฉากดราม่าก็ทำซึ้งจนขอบตารื้นได้เหมือนกัน(เกือบร้องไห้ตอนฉากป้ากระเป๋าเมล็ดพืชตาย กะตอน…”Witness me.(จงดูข้า)” ครั้งสุดท้าย) สรุปแล้ว ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า Mad Max ต้นฉบับทั้ง 3 ภาค(หรือ 2 ? เพราะภาคธันเดอร์โดมรู้สึกจะมีคนบ่นว่าไม่ค่อยสนุก)มีเสน่ห์อะไรที่ผมพลาดไปหรือเข้าไม่ถึงหรือเปล่า แต่สำหรับ Fury Road ที่มาคืนชีพแฟรนไชน์ใน gen ใหม่นี้เอาใจผมไปเต็ม 100 เลยครับ!! ปล.เห็นว่าตอนแรกจะมีหนังภาคแยกของเจ๊พิโรธ ฟิวรี่โอน่าด้วย แต่เพราะติดปัญหาช่วงโปรคัดชั่น 10 ปีเลยยกเลิกไป ตอนนี้กระแสตอบรับค่อนข้างไปทางบวก ไม่รู้ทางสตูดิโอจะตัดสินใจขุดกลับมาทำมั้ย
Poster 3 Mad Max Fury Road - Yohann CESARIA

Mad Max 3 : Fury Road

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Mad Max ทั้งหมดที่ผ่านมามีด้วยกัน 3 ภาค ประกอบไปด้วย Mad Max เป็นเรื่องราวของเมืองเล็กๆ ของออสเตรเลียช่วงหลังสงครามโลก มีการก่อกวนเมืองด้วยการซิ่งมอเตอร์ไซค์, Mad Max 2 : The Road Warrior เรื่องราวแห่งความล่มสลายทุกสิ่งกลายเป็นทะเลทราย สิ่งล้ำค่าสุดคือน้ำมัน, Mad Max Beyond Thunderdome เป็นเรื่องราวของการแย่งชิงพลังงานบางอย่าง กระทั่งหายหน้าไป 30 ปี ก็ได้กลับมาใหม่อีกครั้งในชื่อ Mad Max : Fury Road โดยเรื่องราวจะใกล้เคียงกับภาค 2 แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว หนังกล่าวถึงฟิวริโอซา มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าคนดูแลเชื้อเพลิง เธอมีการวางแผนเพื่อต้องการพาหญิงสาวที่เป็นสนมของ อิมมอร์แทนโจหนีให้รอดพ้นจากการกดขี่ข่มเหงแต่เรื่องราวการหลบหนีคงไม่สำเร็จหากไม่ได้รับการช่วยเหลือโดยแม็กซ์ เชลยศึกผู้ถูกจับตัวมา อย่างที่กล่าวเอาไว้ตอนต้นว่าใครนิยมดูหนังประเภทบู๊ระทึก ยิ่งกันสนั่นหวั่นไหว เป็นหนังแนวแอ็คชั่นต้องไม่พลาดกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน ความน่าดูของหนังเรื่องนี้สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความสวยของหญิงสาวทั้ง 5 คนที่แม้จะเปื้อนฝุ่นลุยโคลนแต่ความสง่างามของพวกเธอกลับไม่ได้ลดลงเลย แถมด้วยบทบู๊แบบล้างผลาญชนิดว่าไล่ล่ากันแทบตลอดทั้งเรื่องส่งผลให้หนังเดินเรื่องแบบเร้าใจ มีความได้ลุ้น ได้เชียร์กันอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าครบรสคอหนังแนวนี้อย่างไม่ต้องมีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อมองในภาพรวมแล้วถ้าเราคิดว่า Mad Max : Fury Road คือหนังบู๊แบบเต็มตัวจากคะแนนเต็ม 10 ขอมอบระดับคะแนนไปเลย 9.5 บางคนอาจสงสัยว่าถ้าหากไม่เคยดูภาค 1-3 มาก่อนจะดูหนังเรื่องนี้เข้าใจหรือไม่ ตอบเลยว่าไม่ใช่ปัญหาเพราะหนังแทบไม่ได้ปูเรื่องเดิมเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องย้อนดูก็ได้เพียงเลือกดู Mad Max : Fury Road ก็สามารถเข้าใจเนื้อหาของหนังทั้งหมดได้อย่างไม่ยากรับรองสนุกสุดๆ ดูหนังออนไลน์